การเตรียมตัวก่อนเข้าคลาสฝึกโยคะ
  • ผู้ฝึกควรอยู่ในสภาพร่างกายที่พร้อมออกกำลังกาย เพื่อให้มีสมาธิและพลังพร้อมที่จะฝึกอย่างเต็มที่ ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอาการหิว มีความเครียดหรือความกังวลใจสูง
  • ผู้ฝึกควรงดอาหารมื้อใหญ่อย่างน้อย 2 ชม. ก่อนการฝึก
  • ผู้ฝึกควรทำความสะอาดมือ เท้า และทำธุระห้องน้ำให้เรียบร้อย ก่อนการฝึก
  • ผู้ฝึกสุภาพสตรีอาจงดฝึกระหว่างมีรอบเดือนและรู้สึกอ่อนเพลีย หรือไม่สบายกว่าปกติ
ข้อปฏิบัติร่วมกันในการฝึกโยคะ
  • เข้า-ออก คลาสตามเวลาที่กำหนด และไม่เข้า-ออกคลาส ระหว่างการฝึกเพื่อเป็นการไม่รบกวนสมาธิครูผู้ฝึกสอนและสมาชิกท่านอื่น
  • ควรฝึกอย่างตั้งใจและมีสมาธิ ไม่ใช้โทรศัพท์และไม่กระทำกิจอื่นระหว่างฝึก เพื่อเป็นการไม่รบกวนสมาธิครูผู้ฝึกสอนและสมาชิกท่านอื่น
  • ไม่นำสัมภาระเข้าห้องฝึก เพื่อความปลอดภัยและทัศนวิสัยที่ดีในระหว่างการฝึกของสมาชิกทุกท่าน สมาชิกสามารถเก็บสัมภาระส่วนตัวได้ที่ตู้ล็อคเกอร์ที่ทางสตูดิโอให้บริการ
  • ไม่นำอาหารเข้าไปในห้องฝึก
  • ยกเว้นการฝึกโยคะที่สตูดิโอ หากมีอาการเจ็บป่วย มีไข้ ไอ เป็นหวัด เพื่อรักษาสุขอนามัยส่วนรวม แต่สามารถฝึกโยคะยืดเหยียดเบาๆ ฝึกกำหนดลมหายใจ ได้เองที่บ้าน เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกโยคะ
  • การออกกำลังกายของร่างกายภายนอกและอวัยวะภายใน เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายจากภายใน
  • เพิ่มประสิทธิภาพของระบบหายใจ กระตุ้นการย่อยอาหาร การขับถ่าย และช่วยให้ระบบต่างๆภายในร่างกายทำงานได้ดีมากขึ้น
  • ขับของเสียทางเหงื่อ ทางการหายใจ ลดสารพิษในร่างกาย
  • เพิ่มการหมุนเวียนของเลือด ปรับระดับความดันสูงและต่ำให้อยู่ในระดับคงที่
  • บริหารต่อมฮอร์โมนต่างๆ ปรับสมดุลให้กับร่างกายภายใน
  • ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน
  • ลดความปวด เมื่อยล้า กล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นเส้นเอ็น
  • เป็นแนวทางสู่การออกกำลังกายที่ดี ช่วยลดน้ำหนัก
  • ปรับสรีระและบุคลิคให้ดีขึ้น การเดิน การนั่ง การยืด ร่างการกระชับ
  • คลายความเครียด อารมณ์หงุดหงิด
การฝึกโยคะ เหมาะสำหรับทุกคนหรือไม่?

การฝึกโยคะนั้นสามารถฝึกได้ ทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยผู้ใหญ่ จนถึง วัยสูงอายุโดยแนะนำให้ผู้ฝึกแต่ละท่านเลือกเข้าคลาสเรียนที่เหมาะสมกับ ช่วงวัยและสภาพร่างกายของตน โดยผู้ฝึกที่มีข้อจำกัดทางด้านสุขภาพ เช่น โรคประจำตัว โรคหัวใจ ความดัน อาการเจ็บหลัง เจ็บเข่า หรือผู้เคยเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ควรใช้ความระวังในการฝึกท่าโยคะบางท่าให้มากขึ้น หรืออาจหลีกเลี่ยงในท่าที่ไม่เหมาะสมกับอาการบาดเจ็บนั้น โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของครูผู้ฝึกสอน

ปกติไม่ออกกำลังกายหรือไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ และตัวตึงจะสามารถฝึกโยคะและทำท่าโยคะต่างๆได้ไหม?

เราทุกคนสามารถฝึกโยคะได้ โดยความสามารถในการทำท่าโยคะต่างๆนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างไรก็ตามการฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องนั้น จะช่วยเพิ่มให้ร่างกายเกิดความยืดหยุ่นและความแข็งแรงมากขึ้นได้ จนสามารถทำท่าโยคะที่ผู้ฝึกอาจเคยคิดว่าตนคงไม่สามารถทำได้

ไม่เคยฝึกโยคะมาก่อน จะเรียนตามผู้ฝึกท่านอื่นในคลาสทันไหม? การสอนเป็นแบบคลาสรวมระหว่างผู้ฝึกใหม่และผู้ฝึกที่มีประสบการณ์ ครูผู้ฝึกสอนจะดูแลอย่างไร? จะอันตรายไหม?

ผู้ฝึกใหม่ควรเริ่มจากการเข้าร่วมคลาสระดับพื้นฐานประมาณ 5 – 10 คลาส เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการฝึกโยคะและการใ ช้ท่าที่ถูกต้อง ตามคำแนะนำของครูผู้ฝึกสอนเพื่อให้การฝึกโยคะนั้นปลอดภัย การฝึกเรียนในคลาสรวมนั้น ครูผู้ฝึกสอนจะจัดการคลาสให้ดำเนินไปได้ โดยที่ทั้งผู้ฝึกใหม่และผู้ฝึกที่มีประสบการณ์ สามารถเรียนรู้และฝึกโยคะอย่างได้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน การฝึกโยคะนั้นเป็นประสบการณ์ส่วนตนของแต่ละบุคคล เนื่องจากความสามารถในการฝึกโยคะของแต่ละบุคคล หรือแม้แต่ความสามารถของเราในแต่ละวันนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย การใช้ชีวิตประจำวัน ความแตกต่างของสรีระ ฯลฯ เพราะฉะนั้น การฝึกโยคะจึงไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถนำมาเปรียบเทียบระหว่างบุคคล ผู้ฝึกแต่ละท่านอาจมีจุดประสงค์และเป้าหมายในการฝึกที่แตกต่างกันออกไป ผู้ฝึกใหม่สามารถตัดความกังวลใจในการฝึกในคลาสรวมไปได้ และผู้ฝึกที่มีประสบการณ์ทุกท่าน ก็เริ่มต้นจากการเป็นผู้ฝึกใหม่และผ่านความรู้สึกแบบเดียวกันมาก่อน

ควรฝึกโยคะบ่อยแค่ไหน?

โดยความสามารถของร่างกายแล้วนั้น เราสามารถฝึกโยคะได้ทุกวันที่สภาพร่างกายมีความพร้อม โดยแนะนำให้สมาชิกฝึกต่อเนื่องและสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง ขึ้นไป เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฝึกโยคะ แต่หากสมาชิกไม่สามารถมาฝึกได้บ่อยครั้ง การฝึกโยคะเพียงสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ก็จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อและเพิ่มหยืดหยุ่นของร่างกาย

ต้องแต่งกายอย่างไร และต้องนำอุปกรณ์อะไรมาใช้ในการฝึกบ้าง?

ชุดแต่งกายที่เหมาะสมกับการฝึกโยคะ ควรเป็นเสื้อและกางเกงที่มความหยืดหยุ่นและกระชับ เพื่อให้คล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกาย ผู้ฝึกควรเตรียมผ้าขนหนูผืนเล็กและน้ำดื่มขวดเล็ก มาใช้ในระหว่างการฝึก เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ผู้ฝึกไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับและนาฬิกาในการฝึก สตูดิโอ ดู มาย เบสท์ มีเสื่อโยคะที่สะอาดให้บริการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ผู้ฝึกเพียงเตรียมความพร้อมและมาเข้าคลาสฝึกตามเวลาที่กำหนดเท่านั้น้

มีอาการปวดหลัง เจ็บหลังเรื้อรัง จะสามารถฝึกโยคะได้หรือไม่?

ผู้ฝึกสามารถฝึกได้ตามปกติ โดยยกเว้นการฝึกท่าที่มีการใช้กำลังหลังที่มาก และใช้ท่าที่ปรับท่าทางตามคำแนะนำของครูผู้ฝึกสอนในบางท่าโยคะ เพื่อให้ผู้ฝึกสามารถทำท่านั้นๆได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การฝึกควรอยู่ในความดูแลของครูผู้ฝึกสอน

หากเคยเข้ารับการผ่าตัด จะยังสามารถฝึกโยคะได้หรือไม่?

ก่อนเข้ารับการฝึก ผู้ฝึกควรขอคำปรึกษาจากครูผู้ฝึกสอนเพื่อรับคำแนะนำ ผู้ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดสามารถฝึกโยคะได้ตามปกติ โดยให้สังเกตุว่าแผลผ่าตัดนั้นหายดีแล้ว ไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บหรือตึงที่บริเวณแผล โดยทั่วไป ผู้ฝึกสามารถฝึกได้หลังจากการผ่าตัดอย่างน้อย 2 เดือน อาจมีข้อยกเว้นในบางท่าการฝึก

หากกำลังตั้งครรภ์อยู่ จะยังสามารถฝึกโยคะได้หรือไม่? แนะนำให้หยุดฝึกโยคะในช่วงเริ่มตั้งครรภ์/ช่วงครรภ์อ่อน

ผู้ฝึกควรรอจนครรภ์แข็งแรงขึ้น ตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 3 เป็นต้นไป จึงสามารถฝึกโยคะในท่าที่เหมาะสมได้จนถึงประมาณเดือนที่ 6 และหยุดฝึกตั้งแต่เดือนที่ 7 จนถึงคลอด (ยกเว้นว่ามีความเข้าใจในการฝึกโยคะเป็นอย่างดี อาจฝึกในท่าโยคะที่ง่ายๆบางท่าได้) หลังคลอดแล้ว ผู้ฝึกสามารถกลับมาฝึกได้หลังจากที่แผลหายแล้ว ประมาณ 2 เดือนหลังคลอด โดยหลีกเลี่ยงการฝึกในท่าที่ไม่เหมาะสม